แบกเป้เซอเซอ ตอน “ไป Mitsui Outlet ด้วยรถไฟฟ้ากัน”

BlogStory010-titleBlogStory010-1BlogStory010-2BlogStory010-3BlogStory010-4BlogStory010-5BlogStory010-6BlogStory010-7BlogStory010-8BlogStory010-9BlogStory010-map

แบกเป้เซอเซอ ตอน “ไป Mitsui Outlet ด้วยรถไฟฟ้ากัน”

แบกเป้เซอเซอ กับ น้องเฟิร์น ได้เดินทางไป Mitsui Outlet Park ในช่วงค่ำของวันศุกร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่ได้ไปเดินห้าง Mitsui Outlet Park แห่งนี้ ทั้งที่เราสองคนก็ไปท่องเที่ยวไต้หวันกันตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้แวะเลยสักที โดยส่วนตัวผมแล้ว รู้สึกเฉย ๆ กับการเดินห้างทุกห้าง ผมคิดว่า ห้างทุกห้างก็คงมีอะไรเหมือน ๆ กัน ก็มีแต่น้องเฟิร์นนั่นแหละครับที่ดีใจสุด ๆ อยู่คนเดียวที่จะได้ไปเดินห้าง Mitsui Outlet Park แห่งนี้สักที แต่ทว่าทริปไต้หวันทริปนี้ เราได้แวะห้าง Mitsui Outlet Park  ถึงสองวันเลยเชียวนะ คือ คืนวันศุกร์ กับ เที่ยงวันอาทิตย์

เริ่มจากคืนวันศุกร์ ซึ่งอยู่ในแผนการท่องเที่ยวคร่าว ๆ ของเรา งานนี้ผมไม่ได้หาข้อมูลการเดินทางไว้เลย เอาเป็นว่าตลอดทั้งทริปไต้หวันครั้งนี้เลยก็ว่าได้ที่ผมไม่ได้หาข้อมูลเรื่องการเดินทางที่ต่าง ๆ ไว้เลย งานนี้น้องเฟิร์นจึงเป็นผู้นำทาง โดยเริ่มจากนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานี MRT Banqiao Station แล้วก็รีบวิ่งขึ้นรถเมล์กันทุลักทุเล เพราะรถเมล์กำลังวิ่งเข้าป้ายพอดี เล่นเอาเหงื่อแตกเลยเชียว เพราะกลัวที่จะต้องยืนรอรถคันถัดไป ไม่รู้ว่าจะรอกี่นาที

พอรถเมล์มาถึงฝั่งตรงข้าม Mitsui Outlet Park เราก็ลงรถเมล์ แต่ด้วยความเซ่อเซ่อแบบเซอเซอของผม คนขับรถเมล์ถึงกับบีบแตรแล้วชี้นิ้วไปฝั่งตรงข้างของถนนเพื่อบอกเราว่า ห้าง Mitsui Outlet Park เดินย้อนไปทางนั้น ส่วนผมก็ส่งยิ้มขอบคุณเขาไป แต่ความจริงผมยังง่วงอยู่เลย เบลอเบลอเพราะแอบงีบหลับบนรถเมล์ได้นิดเดียวเอง

หลังจากลงรถเมล์แล้ว เรากะว่าจะไปหาอะไรกินในห้าง Mitsui Outlet Park แต่น้องเฟิร์นได้มองเห็นร้านข้าวลุงหนวด Formosa Chang พอดี จึงชวนผมเข้าไปชิม ปรากฎว่า อร่อยมาก ร้านนี้ก็อยากจะแวะชิมที่สาขาอื่นหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสแวะลองชิมสักที หลังจากกินข้าวร้านลุงหนวด Formosa Chang กันอิ่มอร่อยเรียบร้อย พวกเราก็ไปเดินเล่นที่ห้าง Mitsui Outlet Park ต่อทันที ท้ายสุดก็เดินทางกลับด้วยรถเมล์ไปลงที่ Taipei Main Station โดยตรงเลย นั่นจึงเป็นเรื่องราวความสุขของน้องเฟิร์น ส่วนผมกลับมีความประทับใจในวันที่สองของการเดินทางไปห้าง Mitsui Outlet Park ในเที่ยงวันอาทิตย์อีกครั้ง จึงอยากเขียนเก็บเป็นเรื่องราวความประทับใจนี้ไว้

ในวันอาทิตย์ช่วงเที่ยง ๆ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย แผนท่องเที่ยวของพวกเราจะเป็นการเก็บตกสถานที่ที่อยากไปซ้ำ ผมเสนอน้องเฟิร์นว่า เราไปนั่งรถไฟฟ้า Airport MRT  เล่น ๆ กันมั้ย เพิ่งเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเลย ทีแรกเรากะว่าจะขึ้นรถไฟฟ้า Airport MRT ไปกลับสนามบิน Taoyuan Airport เล่น ๆ แต่คิดว่ากลับไปเดินเที่ยวห้าง Mitsui Outlet Park อีกครั้งน่าจะดีกว่า ว่าแล้วก็จะเดินไปหยิบเอกสารแผนพับแผนที่ของสถานีรถไฟฟ้า Airport MRT แต่ปรากฎว่ามีเหลือแต่เวอร์ชั่นภาษาจีน ส่วนเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษหมด

แต่ก็แปลกดี จู่ ๆ ก็มีพี่ผู้หญิงชาวไต้หวันคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษชัดเจนมาก เดินเข้ามาถามพวกเราว่าจะไปไหนกัน เราก็ตอบไปว่ากำลังอยากจะไปเดินห้าง Mitsui Outlet Park พี่ผู้หญิงชาวไต้หวันคนนั้นก็บอกมาว่า เธอก็กำลังจะไปที่ห้าง Mitsui Outlet Park พอดีเลย ก็เลยชวนให้พวกเดินทางขึ้นรถไฟฟ้า Airport MRT ไปพร้อมกันกับเธอเลย ระหว่างที่อยู่บนรถไฟฟ้า Airport MRT  ผมก็ได้ตื่นเต้นกับวิวข้างทางตลอดเส้นทางของรถไฟฟ้า Airport MRT ส่วนน้องเฟิร์นก็ได้พูดคุยกับพี่ผู้หญิงชาวไต้หวันคนนั้นสนุกเลย พอพวกเราเดินทางไปถึงหน้าห้าง Mitsui Outlet Park ก็เลยขอถ่ายรูปคู่กับพี่ผู้หญิงชาวไต้หวันคนนั้นเป็นที่ระลึก

น้องเฟิร์นมาบอกผมทีหลังว่า พี่ผู้หญิงชาวไต้หวันคนนั้น ได้มีโอกาสไปอาศัยอยู่ที่อเมริกา จึงพูดภาษาอังกฤษได้คล่องมาก และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ประทับใจในน้ำใจของคนไต้หวันที่ได้ให้การช่วยเหลือผมกับน้องเฟิร์น ซึ่งยังมีหลายต่อหลายครั้งที่เราประทับใจในคนไต้หวัน ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ


ข้อความจากน้องเฟิร์น

เฟิร์น ไม่ใช่ขาช้อปตัวจริงเท่าไหร่ แต่ที่เลือกไป มิตซุย เพราะเปิดใหม่เห็นว่าเดินทางไม่ยากจาก ไทเป เมนสเตชั่น เดินทางได้ง่ายๆ ความที่ง่ายเกินไปสำหรับเราก็เลือกเดินทางจากสถานีปันเฉียว Banqiao เพราะว่าอยากจะแวะซื้อขนมด้วย แต่ด้วยเวลาที่เย็นเกินไป ทำให้เราต้องแข่งกับเวลา วิ่งขึ้นรถไปมิตซุยเลยละกัน นั่งรถไปนานมากกว่าที่คิด แต่พอถึงป้าย คุณลุงคนขับรถใจดีค่ะ บอกให้เราเดินย้อนขึ้นไปเผื่อจะได้ข้ามถนนไปเข้ามิตซุยได้เลย แต่เราเดินผ่านอาหารคุ้นตามากกับโลโก้คุณลุงหนวดเคราเฟิ้มที่เราเคยอ่านจากหนังสือท่องเที่ยวไต้หวันมานานมาก ไปเที่ยวมาหลายรอบไม่เคยได้นั่งกินเลยสักครั้ง ไม่รีรอค่ะ รีบเข้าไปในร้าน เราชอบเก้าอี้ง่ายๆ แถมพนักงานต้อนรับน่ารักมากค่ะ ให้เมนูอาหารมาให้เราเลือกดู น่ากินไปหมด ความตั้งใจที่จะไปกินตลาดกลางคืนต่อ เลยต้องจำกัดจำนวนการสั่งอาหาร ชอบกุนเชียงมากๆๆ กินแล้วประทับใจสุดๆ อยากกินเพิ่ม สุดท้ายกินแค่พอประทังความหิวรองท้องเท่านั้น แอบเสียดาย

เดินตรงข้ามถนนถึง มิตซุยแล้ว เราจะเดินซื้ออะไรดี มิซุยจัดโซนตามประเภทสินค้า เราเลือกเดินดู ยูนิโคล ร้านแว่นตา Ownday แอบแวะร้านของฝาก (น้องหมา) บราวนี่ด้วย และเลยไปหาของที่เราคุ้นเคยดีกว่า รองเท้าวิ่งค่ะ ขึ้นชั้นสองทันที เลือกรองเท้าถูกใจราคาสบายกระเป๋าถูกกว่าแน่นอน ซื้อทันที แวะได้แค่ไนกี้และอาดิดาสเท่านั้น เดินไม่นานเราต้องรีบกลับไปตลาดหนิงเซี่ยเพื่อกินต่อ เรื่องกินเรื่องใหญ่ของเรา

วันที่สองเราเดินไปสำรวจการเชคอินขากลับเท่านั้น ด้วยความโชคดีเราเจอคนใจดีบอกว่า มีรถไฟฟ้าขึ้นฟรีนะไปเถาหยวน รับบัตรได้เลย เค้าพาไปรับบัตรค่ะ พาเดินไปขึ้นไปรถ ภาษาอังกฤษเค้าดีมาก อธิบายว่าเราไปมิตซุยได้ด้วยวิธีง่ายต่อรถธรรมดาอีกคัน เพราะรถไฟฟ้าที่เราขึ้นเป็นแบบเร็ว เค้าชวนคุยอธิบายถึงเมืองไทเปการรอคอยของคนที่นี่รอรถไฟฟ้ามากันเป็นเวลา 10 ปีแล้ว คนที่เดินทางบนรถดูมีความสุข ผู้ใหญ่วัยรุ่น ลูกเด็กเล็ก เต็มไปหมด รถไฟฟ้าแน่นมาก แต่ทุกคนดูมีความสุข เค้าเองก็มีความสุข เราได้เห็นไทเปในอีกมุมมองที่นอกเหนือจากการขึ้น MRT เสียดายที่เราดันยืนด้านที่ไม่ได้มีมุมสวยๆ ที่มองเห็น สวนสาธารณะขนาดใหญ่มากๆ แอบอิจฉาคนที่นี่จังที่มีพื้นที่สวนสาธารณะใหญ่ได้ขนาดนี้ ได้เที่ยวพักผ่อนกันในวันหยุดได้แบบง่ายๆ

เราเดินไปมิตซุยพร้อมเพื่อนใหม่เราเดินอีกด้านหนึ่งจากเมื่อวานก่อนได้เห็นอาคารใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นรองรับคนที่จะมาอาศัยแถวนี้ เดินไปจนถึงมิตซุยเค้าบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เค้าเดินทางมาที่นี่ เราแลกไลน์กัน เผื่อจะได้ติดต่อกันในอนาคต ภาระกิจของเราวันนี้ช้อปรองเท้าอีกคู่สำหรับการเดินทางไปทำงาน เข้าออกหลายร้านมากๆ แต่ไม่ได้สักคู่  ซื้อรองเท้าที่ใส่ดีและสบายมาแล้วเมื่อวานก่อน วันนี้ไม่ได้สักคู่ แต่ได้อุปกรณ์ปีนเขาแทน ราคาที่ป้ายว่าลดอีก 40-50 เปอร์เซนต์ เราได้เดินเลือกมาบ้างแล้วที่เมืองไทย เห็นของร้านนี้ถูกกว่า รีบซื้อเลยสิค่ะ

วันนี้ต้องเดินทางกลับละ เราออกนอกแผนที่วางไว้ทำเวลารีบนั่งรถไฟกลับเข้าเมือง ตอนที่นั่งแอบทำใจขึ้นรถธรรมดามา แถมไม่รู้เวลารถเร็ว สุดท้ายเสี่ยงออกจากสถานีที่ต่อรถ โชคดีที่รถเร็วมา เย้ๆ รีบทำเวลาแล้วไปกินต่อ คราวนี้ เต้าหู้เหม็นกับบะหมี่ที่ติดใจต้องกลับไปกินอีกให้ได้ เต้าหู้เหม็นอร่อยมากๆ


รายละเอียดเพิ่มเติมของห้าง Mitsui Outlet Park ได้ที่เว็บไซต์ https://www.mop.com.tw/linkou/en/index.html หรือเพจ https://www.facebook.com/MitsuiOutletParkLINKOU และพิกัดแผนที่ https://goo.gl/maps/4q1BzWU4as82

แบกเป้เซอเซอ ขอขอบคุณ โรงแรม MUIU Capsule Inn และ โรงแรม Mr Lobster Secret Den Hostel ที่เอื้อเฟื้อที่พักในไทเป และโรงแรม Box Design Hotel ที่เอื้อเฟื้อที่พักในไถจง ช่วงทริป ก.พ. 2560

พิเศษรับส่วนลดฟรี 10% คืนแรก สำหรับโรงแรมดังกล่าวในไต้หวัน
เมื่อจองที่พักผ่าน Line : @taiwanlobster (ใส่ “@” ด้วย)
เพียงแจ้งรหัสส่วนลด “Backpack Sir Sir” นี้ด้วย
หมายเหตุ
– โปรโมชั่นนี้เฉพาะจองผ่านทาง Line เท่านั้น 
– โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

พบกับการ์ตูน แบกเป้เซอเซอตอนต่อไปได้ที่ www.facebook.com/BackpackSirSir นะครับ

P1200951-postP1200763-postP1200952-postIMG_0517 2

P1200765-postP1200471-postP1200475-postP1200479-post

#‎travel‬ ‪#‎taiwan‬ ‪#‎taipei‬ ‪#airport #mrt #mitsui #outlet #park #Taoyuan #Banqiao #mainstation #shopping #รถไฟฟ้า #สนามบิน #‎ท่องเที่ยว‬ ‪#‎ไต้หวัน‬ ‪#‎ไทเป‬ #ห้าง #มิตซุย


ค้นหาโรงแรมที่น่าสนใจที่ ไต้หวัน ในเมือง ไทเป เขต ปันเฉียว
ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก เที่ยวบิน กรุงเทพ ไป ไทเป (BKK – TPE)


 

แบกเป้เซอเซอ ตอน “แอบดูน้องบราวนี่” (รีวิวโรงแรมสัตว์เลี้ยง Home Hug Pet care & Hotel)

blogstory009-titleblogstory009-1blogstory009-2blogstory009-3blogstory009-4blogstory009-5blogstory009-6blogstory009-7blogstory009-8blogstory009-9blogstory009-10

แบกเป้เซอเซอ ตอน “แอบดูน้องบราวนี่”

(รีวิวโรงแรมสัตว์เลี้ยง Home Hug Pet care & Hotel)

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 แบกเป้เซอเซอ กับ น้องเฟิร์น ก็มีโอกาสไปท่องเที่ยวไต้หวันกันอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้ผมแทบจะไม่ได้เตรียมหาข้อมูลว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง มีแต่น้องเฟิร์นคนเดียวที่เตรียมข้อมูลการเดินทางว่าจะไปเดินเที่ยวไหนกัน จะไปแวะหาของกินอร่อย ๆ ร้านไหนดี ส่วนผมนั้นหรือ? ก่อนการเดินทางก็ยุ่งวุ่นวายกับน้องบราวนี่ ลูกหมาตัวน้อย จอมซน ผมเลยต้องยกหน้าที่ให้น้องเฟิร์นวางแผนการท่องเที่ยวไต้หวันครั้งนี้ตลอดทั้งทริปเลย

เมื่อเดินทางไปถึงไทเปที่ไต้หวัน อากาศหนาวเย็น ประมาณ 11-12 องศาในตอนกลางคืน ส่วนกลางวันก็เย็นสบายทำให้เดินเที่ยวไม่รู้สึกเหนื่อยเลย และที่สำคัญ ทริปเที่ยวไต้หวันครั้งนี้ เราสองคนไม่ได้เจอฝนตกลงมาสักวัน นับว่าเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่เราเที่ยวไต้หวันแล้วฝนไม่ตก เพราะทริปก่อนหน้าหลายครั้งที่ผ่านมา มักจะเจอฝนตกบ้าง ตกปรอย ๆ และตกหนัก ๆ เป็นบางวัน และก็เคยมีทริปที่ฝนตกหนักตลอดทั้งสัปดาห์ตลอดทั้งทริปเลยก็เจอมาแล้ว ก็เพราะไต้หวันเป็นเกาะน่ะสิ จึงคาดการณ์สภาพอากาศค่อนข้างยากหน่อย

ระหว่างที่เราสองคนเดินเล่นในไทเป น้องเฟิร์นก็จะอยากให้พาไปหาร้านอาหารอร่อย ๆ กินกัน แต่น้องเฟิร์นไม่ค่อยถนัดเรื่องการดูแผนที่ จึงต้องให้ผมเป็น navigator คอยนำทางว่าจะเดินไปทิศไหนอย่างไร ผมจึงต้องอาศัยดูแผนที่ในมือถือ แต่ทริปนี้ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อยมากเป็นพิเศษ จนน้องเฟิร์นเริ่มบ่นว่ามาเที่ยวหรือจะมาเล่นมือถือ พอเดินไปถึงร้านอาหารที่ต้องการ ผมก็หยิบมือถือขึ้นดู จนน้องเฟิร์มสงสัยว่าทำไมดูมือถือบ่อยนัก ปกติจะเห็นชอบหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายรูปอาหารมากกว่า

ในที่สุดผมก็เฉลยว่า เหตุที่ดูมือถือบ่อย เพราะกำลังแอบดูน้องบราวนี่ ลูกหมาตัวน้อย จอมซน ผ่านแอพกล้องวงจรปิดของโรงแรมสัตว์เลี้ยงที่ผมได้ฝากน้องบราวนี่ไว้ที่โรงแรม Home Hug Pet care & Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมสัตว์เลี้ยงที่กรุงเทพ ดูแลโดยคุณหมอสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านงานสัตว์เลี้ยงมาหลายปี ผมจึงรู้สึกหายห่วงถ้าเวลาเราไปเที่ยวไหนนาน ๆ จะให้น้องบราวนี่ ลูกหมาตัวน้อยมาเที่ยวไต้หวันด้วยก็คงจะยุ่งยากเอกสารมากมาย หรือให้อยู่เฝ้าบ้านตัวเดียว จะทิ้งอาหารเม็ดไว้ถังใหญ่ จะมีนกหรือตัวอะไรมาแย่งกินอาหารหมดก่อนหรือเปล่า ถ้าน้องหมาไม่สบายจะทำอย่างไร หรือจะไปฝากเพื่อนคนรู้จักเลี้ยงก็กลายเป็นรบกวนเป็นภาระให้คนอื่นเขาอีก โรงแรมรับฝากสัตว์เลี้ยง จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

โรงแรม Home Hug Pet care & Hotel แห่งนี้ เขารับฝากเลี้ยงแบบไม่ขังกรง นอนห้องแอร์ มีสนามหญ้าได้ออกกำลังกายและขับถ่าย และที่สำคัญมีกล้องวงจรปิดถ่ายทอดสดตามติดชีวิตน้องบราวนี่ให้ผมได้ดูระหว่างที่ท่องเที่ยวในไต้หวันได้อย่างสบายใจหายห่วง

รายละเอียดเพิ่มเติมของโรงแรม Home Hug Pet care & Hotel ในกรุงเทพ ได้ที่เว็บไซต์ http://homehug.wixsite.com/hhpetcareandhotel หรือเพจ https://www.facebook.com/HomeHugPetcareAndHotel/  และพิกัดแผนที่ https://goo.gl/maps/CgkHtJ9D7gm

แบกเป้เซอเซอ ขอขอบคุณ โรงแรม MUIU Capsule Inn และ โรงแรม Mr Lobster Secret Den Hostel ที่เอื้อเฟื้อที่พักในไทเป และโรงแรม Box Design Hotel ที่เอื้อเฟื้อที่พักในไถจง ช่วงทริป ก.พ. 2560

พิเศษรับส่วนลดฟรี 10% คืนแรก สำหรับโรงแรมดังกล่าวในไต้หวัน
เมื่อจองที่พักผ่าน Line : @taiwanlobster (ใส่ “@” ด้วย)
เพียงแจ้งรหัสส่วนลด “Backpack Sir Sir” นี้ด้วย
หมายเหตุ
– โปรโมชั่นนี้เฉพาะจองผ่านทาง Line เท่านั้น 
– โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

พบกับการ์ตูน แบกเป้เซอเซอตอนต่อไปได้ที่ www.facebook.com/BackpackSirSir นะครับ

p1200950-post

#‎travel‬ ‪#‎taiwan‬ ‪#‎taichung‬ ‪#hotel #hostel #taipei #pet #dog #animal #cat #petcare #‎ท่องเที่ยว‬ ‪#‎ไต้หวัน‬ ‪#‎ไทจง‬ #ไถจง #โรงแรม #ที่พัก #สัตว์เลี้ยง #หมา #สุนัข #แมว #ฝากเลี้ยง #กรุงเทพ #bangkok


สติ๊กเกอร์ แบกเป้เซอเซอ ภาษาไทย-จีน ดาวน์โหลดที่ http://bit.ly/PhasuthornStickers

ไลน์ธีม แบกเป้เซอเซอ ดาวน์โหลดที่ http://bit.ly/BackpackSirSir-Theme1

เสื้อยืดลายแบกเป้เซอเซอ สั่งซื้อได้ที่ http://bit.ly/Phasuthorn-Tshirt


 

แบกเป้เซอเซอ ตอน “นั่งรถสกูตเตอร์ชมวิวไทเปในโรงแรม” (รีวิวโรงแรม Mr Lobster’s Secret Den Design Hostel)

blogstory008-titleblogstory008-1blogstory008-2blogstory008-3blogstory008-4blogstory008-5blogstory008-6blogstory008-7blogstory008-8blogstory008-9blogstory008-10blogstory008-11

blogstory008-map

แบกเป้เซอเซอ ตอน “นั่งรถสกูตเตอร์ชมวิวไทเปในโรงแรม”

(รีวิวโรงแรม Mr Lobster’s Secret Den Design Hostel)

ในช่วงเดือน สิงหาคม 2559 ช่วงท้ายทริปหลังจากที่ แบกเป้เซอเซอ และน้องเฟิร์น เดินทางลงไปท่องเที่ยว เกาสง และ ไถจง (ไทจง) ในไต้หวัน ก็กลับมาพักที่ไทเปอีกครั้งเพื่อเก็บตกสถานที่ท่องเที่ยวในไทเปก่อนการเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งในวันที่เราสองคนเดินทางมายังไทเปอีกครั้ง ก็ได้นั่งรถไฟความเร็วสูงจากไถจง มาลงสถานี Taipei Main Station / Taipei Railway Station ในไทเป หลังจากนั้นเราสองคนก็ลากกระเป๋าเดินไปตามทางเส้นทางโซนช้อปปิ้งใต้ดินที่เรียกว่า Taipei City Mall ซึ่งมีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย แต่เรายังไม่แวะซื้อ กะว่าจะเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บยังที่พักโรงแรมให้เรียบร้อยเสียก่อน

เมื่อผมกับน้องเฟิร์นเดินลากกระเป๋ามายัง Taipei City Mall ทางออก Y13 น้องเฟิร์นก็สังเกตเห็นว่า ทางออกนี้จะค่อนข้างใหญ่ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ จะพบว่า มีบันไดเลื่อนด้วย ซึ่งเหมาะมากถ้ามีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบแบกลากมาด้วย ก็จะสะดวกในการขนกระเป๋าขึ้นไปยังชั้นบนพื้นดินด้วยบันไดเลื่อน โดยที่ไม่ต้องแบกยกกระเป๋าใบหนัก ๆ ขึ้นบันไดไปทีละขั้น แต่ด้วยความฉลาดของผม ซึ่งผมดูตามในแผนที่ พบว่า Taipei City Mall ทางออก Y19 นั้นเป็นทางออกที่อยู่ใกล้กับทางไปโรงแรมมากที่สุด ผมจึงเสนอว่า เราเดินตรงไปตามทางเดินถึงทางออก Y19 น่าจะดีกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องเดินข้างบนตากแดดร้อน ๆ ในตอนบ่ายของเดือนสิงหาคมในไต้หวัน น้องเฟิร์นก็แย้งว่า ถ้าทางออก Y19 ไม่มีบันไดเลื่อนจะทำอย่างไร ผมตอบไปอย่างทันควันว่า ผมจะรับผิดชอบยกกระเป๋าทั้งหมดเดินขึ้นบันไดธรรมดาเองคนเดียว..!

และแล้วเราสองคนก็ลากกระเป๋าใบใหญ่คนละใบและเป้คนละใบมายังที่ Taipei City Mall ทางออก Y19 ก็พบว่าทางออกนั้น เป็นทางออกเล็ก ๆ ไม่มีบันไดเลื่อน มีแต่บันไดธรรมดา ผมจึงรีบเสนอน้องเฟิร์นว่า เราเดินย้อนกลับไปยังทางออก Y13 ดีไหม? ทางออกนั้นมีบันไดเลื่อนด้วย! แต่สีหน้าน้องเฟิร์นบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามเมือง ถ้าจะต้องเดินเท้าย้อนกลับไปเพื่อขึ้นบันไดเลื่อนแล้วเดินมายังจุดนี้อีกครั้ง มันช่างเสียเวลาและเสียแรงพลังที่ควรเก็บไว้ในการเดินเที่ยวตามแผนที่วางไว้ในช่วงบ่าย เพราะนั่นเป็นการตัดสินใจไม่ได้เรื่องของผมที่เลือกมาทางออก Y19 แทนที่จะเลือกทางออก Y13 ตั้งแต่แรก ผมต้องแสดงความรับผิดชอบในครั้งนี้ (โชว์แมน)

ผมค่อย ๆ ยกกระเป๋าเดินทางขึ้นบันไดไปทีละขั้น เดินขึ้นไปพร้อมกับน้องเฟิร์น เธอก็แบกเป้ใบใหญ่เดินขึ้นไปพร้อมกัน โดยเราทิ้งกระเป๋าเดินทาง 1 ใบไว้ที่ชั้นล่างก่อน โดยผมหันหลังไปมองกระเป๋าเป็นระยะ ๆ หมายจองว่า นั่นกระเป๋าของเรานะ เผื่อใครเดินมาเห็นอาจจะตกใจนึกว่าใครเอากระเป๋ามาทิ้งไว้ตรงนี้ เมื่อเราแบกกระเป๋าขึ้นไปถึงชั้นบนพื้นดิน ผมก็วางเป้ของผมและกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของผม ให้น้องเฟิร์นได้ยืนเฝ้ากระเป๋าที่ชั้นบนพื้นดินปากทางประตูทางออก Y19 แล้วผมก็รีบเดินลงบันไดกลับมาหิ้วกระเป๋าเดินทางที่วางทิ้งไว้ใบนั้น ค่อย ๆ ยกขึ้นบันไดไปทีละขั้น ในที่สุดก็ถึงชั้นบนพื้นดินจนได้ เล่นเอาเหงื่อแตกเลยเชียวนะ เพราะเดือนสิงหาคมในไต้หวัน อากาศร้อนไม่น้อยหน้าเมืองไทยเลย (ถ้าไม่เชื่อก็ลองแวะไปเที่ยวไต้หวันช่วงเดือนนี้กัน)

ในที่สุดเราก็เดินลากกระเป๋ามาถึงยังตึกที่ตั้งของโรงแรมที่เราจะพักในคืนนี้ ผมกับน้องเฟิร์นก็ต้องรีบวิ่งไปยังลิฟท์ที่มีคนอยู่ข้างในเพื่อขอขึ้นไปด้วยพร้อมกัน เมื่อประตูลิฟท์ปิดเรียบร้อย เราสองคนต่างมองหน้ากัน แล้วยืนขำที่เห็นสภาพของกันและกัน ที่เปียกชุ่มเต็มไปด้วยเหงื่อ พอประตูลิฟท์เปิดออก เราก็เดินออกตามผู้หญิงชราคนนั้นที่เดินออกจากลิฟท์ไป เมื่อเราสองคนหยุดยืนอยู่นอกลิฟท์ และผู้หญิงชราคนนั้นก็หายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว ผมพูดกับน้องเฟิร์นว่า ไหนล่ะโรงแรม! ไม่เห็นจะมีวี่แวนของโรงแรมเลย? นี่มันที่ไหนนี่!!! อ้าว..พอรู้ตัวอีกที ปรากฎว่า เราขึ้นมาผิดชั้น จึงต้องกดลิฟท์ใหม่อีกครั้ง เพื่อขึ้นไปยังที่ชั้น 9

ในที่สุด จุดหมายที่พักที่ต้องการก็มาถึง นั่นคือโรงแรม Mr Lobsters Secret Den Design Hostel เมื่อเราสองคนเดินออกจากลิฟท์ก็เห็นภาพบรรยากาศโรงแรมที่มีการตกแต่งโรงแรมอย่างมีสไตล์ การดีไซน์ที่เก๋เท่ไปอีกแบบ ทันใดนั้นก็มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบเดินเข้ามาต้อนรับเราอย่างเป็นมิตร แถมช่วยเราหิ้วกระเป๋าพาเราสองคนไปส่วนเคาน์เตอร์ที่เช็คอิน แต่ทว่าเราได้มาถึงก่อนเวลาบ่าย 3 ซึ่งเป็นเวลาเริ่มเช็คอินปกติของโรงแรมส่วนใหญ่ที่ไต้หวัน ระหว่างที่รอห้องพัก ผมก็มีโอกาสเดินสำรวจบริเวณโรงแรม พบว่าโรงแรม Mr Lobster’s Secret Den Design Hostel แห่งนี้ มีห้องพักมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกพัก ไม่ว่าจะมาคนเดียว มาเป็นคู่ มาเป็นครอบครัว หรือมาเป็นกลุ่มเพื่อนฝูง ก็สะดวกสบาย แถมยังมีส่วนบริเวณที่นั่งเล่นส่วนกลางที่มองเห็นวิวเมืองไทเปอีกด้วย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการพักแรมในไทเปเลยทีเดียว

และแล้วเวลาห้องพักก็เป็นของเรา เจ้าหน้าที่คนเดิมที่ยิ้มแย้มเป็นกันเองคนนั้น ก็ช่วยลากกระเป๋าพาเราสองคนตรงไปยังห้องพัก ในความรู้สึกของผมและน้องเฟิร์นต่างรู้สึกประทับใจห้องพักของโรงแรม Mr Lobsters Secret Den Design Hostel แห่งนี้เป็นอย่างมาก ห้องพักของเรา มีเคาน์เตอร์และเก้าอี้ติดริมหน้าต่างด้วย แถมยังมองเห็นวิวเมืองไทเปแบบไกลสุดลูกหูลูกตา ช่างเป็นภาพที่สวยงามประทับใจน่าถ่ายรูปเก็บเอาไว้ยิ่งนัก แล้วน้องเฟิร์นก็พูดบอกผมว่า.. เดี๋ยวเราไปเดินเที่ยวแถวไหนต่อกันดี แต่ผมเห็นเตียงนอนในห้องพักแล้วรู้สึกง่วงนอนขึ้นมาทันที ก็เลยขอนอนพักสักนิดนึง หลังจากที่หมดแรงไปกับการแบกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 2 ใบ ขึ้นบันไดก่อนหน้านี้

หลังจากที่ผมนอนพักผ่อนจนหายเหนื่อยในห้องพักแล้ว ก็เดินออกมาตามหาน้องเฟิร์น ที่ออกไปนั่งเล่นรอที่ส่วนบริเวณที่นั่งเล่นของโรงแรม Mr Lobster’s Secret Den Design Hostel ที่มีเคาน์เตอร์บาร์ เก้าอี้สูง และมีรถสกูตเตอร์สีเหลืองคันเท่จอดอยู่ที่ข้างเคาน์เตอร์บาร์ เมื่อผมได้เห็นภาพรถสกูตเตอร์ที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้าและวิวตึกเมืองไทเปที่สวยงามเกินกว่าบรรยาย ในความคิดของผมก็ได้เกิดจินตนาการคิดเป็นภาพว่า ตนเองกำลังขี่รถสกูตเตอร์ลอยเหาะชมวิวเมืองไทเปแห่งนี้ เสมือนเป็นโนบิตะที่ได้ของวิเศษจากโดราเอมอน เป็นรถสกูตเตอร์ยานเหาะบินได้ คล้าย ๆ คอปเตอร์ไม้ไผ่อะไรประมาณนั้นเลย ภาพตัดกลับมาสู่โลกแห่งความจริง เลยคิดเสียดายที่ไม่ได้หยิบอุปกรณ์และสมุดสำหรับวาดสีน้ำออกมาด้วย ก็เลยได้แต่นั่งเล่นชมวิวเมืองไทเปไปพลาง ๆ รอเวลาที่เราสองคนจะลงไปเดินเล่นต่อข้างล่างเพื่อเดินเที่ยวชมเมืองไทเปต่อไปในโลกแห่งความเป็นจริงที่รู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันเลย

รายละเอียดเพิ่มเติมของโรงแรม Mr Lobsters Secret Den Design Hostel ในไทเปได้ที่เว็บไซต์ http://www.mrlobstersecret.com หรือเพจ https://www.facebook.com/MrLobstersSecretDen และพิกัดแผนที่ https://goo.gl/maps/TjbjTYeUNHN2

แบกเป้เซอเซอ ขอขอบคุณ โรงแรม Mr Lobster’s Secret Den Design Hostel ที่เอื้อเฟื้อที่พักในไทเปช่วงทริป ส.ค. 2559

พิเศษรับส่วนลดฟรี 10% คืนแรก สำหรับโรงแรมดังกล่าว
เมื่อจองที่พักผ่าน Line : @taiwanlobster (ใส่ “@” ด้วย)
เพียงแจ้งรหัสส่วนลด “Backpack Sir Sir” นี้ด้วย
หมายเหตุ
– โปรโมชั่นนี้เฉพาะจองผ่านทาง Line เท่านั้น 
– โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

พบกับการ์ตูน แบกเป้เซอเซอตอนต่อไปได้ที่ www.facebook.com/BackpackSirSir นะครับ

p1180071-postp1170344-postp1170348-edit-postp1180145-postp1170435-postp1170437-postp1170444-postp1180146-postp1170440-edit-postp1180147-postp1170474-postp1170452-postp1170277-postp1170451-post

#‎travel‬ ‪#‎taiwan‬ ‪#‎taipei‬ ‪#hotel #hostel #Mr #Lobster #Secret #Design #inn #mainstation #city #scooter #สกูตเตอร์ #‎ท่องเที่ยว‬ ‪#‎ไต้หวัน‬ ‪#‎ไทเป‬ #โรงแรม #ที่พัก 


ค้นหาโรงแรมที่น่าสนใจที่ ไต้หวัน ในเมือง ไทเป เขต Taipei main station
ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก เที่ยวบิน กรุงเทพ ไป ไทเป (BKK – TPE)


แบกเป้เซอเซอ ตอน “Animal World in Hotel” (รีวิวโรงแรม Box Design Hotel)

blogstory007-titleblogstory007-1blogstory007-2blogstory007-3blogstory007-4blogstory007-5blogstory007-6blogstory007-7blogstory007-8blogstory007-9blogstory007-10

blogstory007-map

แบกเป้เซอเซอ ตอน “Animal World in Hotel”

(รีวิวโรงแรม Box Design Hotel)

ในช่วงเดือน สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา แบกเป้เซอเซอ และน้องเฟิร์น ก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวเมือง ไถจง (Taichung – ไทจง) เป็นครั้งแรกที่ได้พักแรมที่เมืองนี้ (ก่อนหน้านี้แค่มีโอกาสนั่งรถผ่านเอง) ซึ่งช่วงบ่ายของวันนั้น พวกเราลงรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่สถานี THSR Taichung Station แล้วเลือกนั่งรถบัสเข้าเมือง เป็นรถเมล์สาย 159 (THSR  Taichung Station – Taichung Park) เพื่อไปยังโรงแรมที่พัก ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับสถานีรถไฟ Taichung Station ที่เป็นสถานีรถไฟธรรมดา local train (แอบคิดในใจ ทำไมชื่อสถานีเหมือนกันแต่อยู่ห่างไกลกันจัง) ตอนแรกก็กะว่าจะนั่งรถไฟธรรมดาต่อจากรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่งมีสถานี Xinwuri Station เชื่อมติดกับสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง THSR Taichung Station แล้วไปลงที่สถานีรถไฟ Taichung Station แต่เปลี่ยนใจไว้นั่งขากลับแทนละกัน เพราะถึงเมืองไถจงแล้ว ไม่ต้องรีบอะไร นั่งรถบัสชมเมือง จะได้ครบทั้งสองบรรยากาศ

ท้องฟ้าแจ่มใสมากในวันนั้น ดีแล้วที่เลือกนั่งรถเมล์ชมวิวในตัวเมืองไถจง ผมรู้สึกว่าคุ้มค่ามาก รถบัสพาเราเที่ยวให้ได้เห็นบ้านเมืองไถจงว่าเป็นแบบไหน อารมณ์ความรู้สึกช่างแตกต่างจากตอนที่อยู่ในไทเป เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ รู้สึกไม่เร่งรีบ แบบว่าน่าจะครบทุกซอกซอยเลยล่ะกระมัง 555 (ถ้าใครรีบแนะนำลองนั่งรถไฟธรรมดา จะใช้เวลาไวกว่าถ้าได้จังหวะที่รอบรถไฟมาพอดีกันช่วงที่เราต่อรถ) ระหว่างทางที่นั่งรถเมล์ก็กดดูแผนที่ในมือถือว่าใกล้ถึงโรงแรมแล้วหรือยัง ในที่สุดก็ใกล้ถึงแล้ว ผมก้มดูมือถือสลับกับเงยหน้าดู ว่าถึงป้ายไหนแล้ว นั่นไง! ถึงป้ายแล้ว!! อ้าว..เป็นป้ายนี้นี่หว่าที่รถกำลังจอดอยู่..!! เราต้องรีบลง ผมกับน้องเฟิร์นก็รีบหยิบกระเป๋าลุกออกจากที่นั่งด้านหลังสุดเพื่อมาที่ประตูรถ แต่ทว่ารถเคลื่อนตัวออกจากป้ายแล้วสิ เราจึงกลายเป็นจุดสนใจของคนในรถ ผมรู้สึกว่าเหมือนตนเองอยู่ในหนังไทยเรื่องหนึ่ง เป็นเด็กบ้านนอกอายุ 12 เพิ่งจะเคยเข้าเมืองกรุงเป็นครั้งแรกในชีวิต นั่งรถเมล์ไม่เป็นลงป้ายไม่ถูก ผมเลยแกล้งเขินทำเป็นว่า ไม่ใช่ป้ายนี้เราจะลงป้ายหน้าต่างหาก แค่ออกมายืนเตรียมตัวรอที่ประตูก่อนเท่านั้นเอง ผมพูดให้น้องเฟิร์นฟัง เผื่อคนที่นั่งใกล้ประตูในรถจะได้ยิน แล้วเข้าใจตรงกันนะ (หวังว่าเขาคงฟังภาษาไทยรู้เรื่อง หุหุ)

แต่ทว่าป้ายต่อไปทำไมถึงได้ไกลนัก ยืนตั้งนานแล้วยังไม่ถึงอีกหรือ อ๋อ..ลืมกดกริ่ง ผมก็เลยกดกริ่ง น้องเฟิร์นมองหน้าผมด้วยความประทับใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมกับพูดว่า “แบบนี้หลายครั้งแล้วนะคะ” ผมเมินหน้ามองไปที่หน้าต่างรถแทน เอ๊ะ..รู้สึกเหมือนว่ามีหยดน้ำฝนตกลงที่กระจกหน้าต่างรถเมล์ ในใจก็หวังว่าฝนคงไม่ตกก่อนที่เราจะเดินถึงที่พักนะ เมื่อรถเมล์พาเรามาถึงป้ายที่ผมแถมให้ตนเอง สายฝนก็ตกลงมาอย่างหนักทันทีเหมือนเตรียมไว้รอพวกเราโดยเฉพาะ เราสองคนต้องรีบเปิดกระเป๋าเดินทางเพื่อหยิบร่มออกมาอย่างทุลักทุเล เราสองคนกางร่มเดินลากกระเป๋าเดินทางฝ่าสายฝนที่ตกหนักแถมมีลมแรงอีก Oh.. no ! นี่เรากำลังมาถ่าย MV ที่ต่างประเทศอยู่หรือเปล่า ไม่เข้าใจว่าเมื่อกี้แดดยังออกอยู่ดี ๆ เลย อากาศที่นี่แปรปรวนเหมือนกันเน๊าะ ระหว่างทางที่เดินฝ่าสายฝนเปียกทั้งตัวยกเว้นหัว เพราะมีร่มบังไว้ ผมกับน้องเฟิร์นก็เถียงกันว่าจะต้องเข้าซอยไหนเดินซอยไหนจึงจะไปถึงโรงแรมให้เร็วที่สุดโดยที่ไม่หลงทาง และแล้วในที่สุดเราก็มาถึงหน้าประตูโรงแรมที่พัก

โรงแรมเบื้องหน้าเราก็คือ โรงแรม Box Design Hotel ที่ตั้งอยู่ในเมืองไถจงแห่งนี้ ผมและน้องเฟิร์นต่างเปียกปอนกันทั้งคู่ ก็นำร่มในมือที่เปียกโชกเสียบลงที่ช่องสำหรับเก็บร่มข้างประตูโรงแรม ผมมองไปรอบ ๆ ภายใน Lobby ของโรงแรมช่างดูแปลกตา การตกแต่งสีสันสดใสโทนเหลืองส้ม ที่ให้ความรู้สึกตื่นเต้นน่าสนใจกับรูปแบบการดีไซน์แถบลายเส้นที่ต่อเชื่อมกันเป็นรูปกล่องสี่เหลี่ยมใบใหญ่ ที่ดูแล้วรู้สึกเสมือนเป็นกล่องของขวัญใบใหญ่ที่รอให้เราเปิดเพื่อพบเจอกับความสุข ณ โรงแรมแห่งนี้ในเมืองไถจง ต่อจากนั้นเราก็เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์เช็คอินของโรงแรมเพื่อรับคีย์การ์ดห้องพักของเรา

เราสองคนเดินเข้าไปในลิฟต์ ผมกดที่ชั้น 4 ในระหว่างที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวขึ้น ผมได้มองขึ้นไปบนเพดานลิฟต์ก็ได้เห็นภาพแสงสะท้อนของแสงในกระจกบนเพดาน ดูสวยงามไปอีกแบบ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ผมก็เดินนำน้องเฟิร์นเพื่อตามหาห้องพักไปตามทางเดินในโรงแรมชั้นที่ 4 พอเดินไปจนสุดทางเดิน กลับไม่เจอห้องพักหมายเลขที่ต้องการ จึงตัดสินใจค่อย ๆ เดินย้อนออกมาดูเลขห้องทีละห้อง ส่วนน้องเฟิร์นก็พูดถามด้วยความสงสัยในลายเพ้นท์สีดำบนผนังทางเดินสีขาวที่ดูไม่ออกว่าเป็นลาดลายอะไร สี่เหลี่ยม วงกลม เส้นหนา ๆ ผมก็คิดว่าอาจจะเป็นงานศิลปะดีไซน์แนว Abstract art อะไรก็เป็นไปได้ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะในเวลานั้นเป้าหมายหลักสำคัญในตอนนั้นคือตามหาห้องพักของเราในชั้น 4 ของโรงแรมนี้ในไถจง

เมื่อผมเดินกลับมายังหน้าลิฟต์อีกครั้ง ก็เจอหมายเลขห้องพักที่เราต้องการ ซึ่งอยู่บริเวณนั้นแต่เราเดินผ่านไปได้อย่างไร ผมจึงหันหน้าจะบอกน้องเฟิร์นว่าเจอแล้ว แต่เมื่อหันหน้ามองกลับไปยังที่ทางเดินอีกครั้ง ก็เห็นว่าภาพเพ้นท์สีดำบนผนังที่เป็นรูป สี่เหลี่ยม วงกลม เส้นหนา ๆ รูปต่าง ๆ นั้น เมื่อยืนมองตรงตำแหน่งที่ผมยืนอยู่ในมุมมอง Perspective ตรงนี้ ภาพเพ้นท์เหล่านั้นได้รวมกันประกอบเป็นตัวอักษรแสดงคำว่า “Animal World” และ “Welcome” ที่แท้ก็เป็นภาพ Perspective illusion art นี่เอง ในที่สุดน้องเฟิร์นก็ได้คำตอบ ส่วนผมก็รู้สึกประทับใจภาพ Perspective illusion art ของโรงแรม Box Design Hotelในไถจงแห่งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งหาดูตามโรงแรมอื่น ๆ ได้ไม่ง่ายนัก

ผมกับน้องเฟิร์นเปิดประตูเข้าห้องพักแล้วก็พบว่าภายในห้องพักของเราที่ผนังก็มีการเพ้นท์รูปเป็นธีมสัตว์ป่าสวยงามอีกด้วย ดูน่าสนใจดี และเมื่อผมได้เห็นเตียงนอนสีขาวน่านอนในห้องพัก ผมรู้สึกง่วงนอนขั้นมาในทันที สงสัยอาจเป็นเพราะเดินทางมาเหนื่อย ๆ แถมยังต้องเดินฝ่าสายฝนที่มารอตกต้อนรับเรา ผมเริ่มรู้สึกเหมือนจะไม่สบาย จึงขอนอนงีบหลับพักผ่อนบนเตียงนอนที่แสนสบายในห้องพักของโรงแรม Box Design Hotel ในไถจงแห่งนี้ก่อนนะ แผนที่วางไว้ว่าช่วงหัวค่ำจะไปเดินตลาดกลางคืน Feng-Chia Night Market จึงยกเลิกเปลี่ยนมาเป็นเดินช้อปปิ้งหน้ามหาวิทยาลัยแถว ๆ นั้นแทน

ผมคิดว่าโรงแรม Box Design Hotel ในไถจงแห่งนี้ มีเสน่ห์ในเรื่องธีมดีไซน์ในแต่ละชั้นที่ดูน่าสนใจ และมีความสะดวกสบายในเรื่องการเดินทาง ซึ่งอยู่ใกล้แหล่งชุมชนเช่น มหาวิทยาลัย National Taichung University of Science and Technology และห้างสรรพสินค้า Chung Yo ที่มีรถเมล์ผ่านหลายสายผ่าน ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Taichung Station มากนัก และที่สำคัญจะขาดเสียไม่ได้ ก็คือแถวนั้นมีร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญที่แบกเป้เซอเซอจะต้องแบกผ้ากองยักษ์ไปซักที่ไถจงด้วยเหมือนกัน ซึ่งในความรู้สึกส่วนตัวของผม แบกเป้เซอเซอ และน้องเฟิร์น เราสองคนพอใจโรงแรม  Box Design Hotel นี้เป็นอย่างมากเลยครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมของโรงแรม Box Design Hotel ในไถจง ได้ที่เว็บไซต์ http://www.boxdesignhotels.com/zh/about หรือเพจ https://www.facebook.com/boxdesignhotel และพิกัดแผนที่ https://goo.gl/maps/zedtvh7A1nP2

แบกเป้เซอเซอ ขอขอบคุณ โรงแรม Box Design Hotel ที่เอื้อเฟื้อที่พักในไถจงช่วงทริป ส.ค. 2559

พิเศษรับส่วนลดฟรี 10% คืนแรก สำหรับโรงแรมดังกล่าว
เมื่อจองที่พักผ่าน Line : @taiwanlobster (ใส่ “@” ด้วย)
เพียงแจ้งรหัสส่วนลด “Backpack Sir Sir” นี้ด้วย
หมายเหตุ
– โปรโมชั่นนี้เฉพาะจองผ่านทาง Line เท่านั้น 
– โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

พบกับการ์ตูน แบกเป้เซอเซอตอนต่อไปได้ที่ www.facebook.com/BackpackSirSir นะครับ

p1180067-postp1160392-postp1180066-postp1160411-postp1180070-postp1160309-edit-postp1160315-edit-postp1160159-edit-post

p1160169-postp1160179-postp1160191-postp1160299-edit-postp1160304-postp1160232-postp1160241-postp1160251-postp1160290-post

p1160127-edit-post

#‎travel‬ ‪#‎taiwan‬ ‪#‎taichung‬ ‪#box #design #hotel #hostel #perspective #illusion #art #animal  #world #inn #‎ท่องเที่ยว‬ ‪#‎ไต้หวัน‬ ‪#‎ไทจง‬ #ไถจง #โรงแรม #ที่พัก #ภาพเพ้นท์ #ศิลปะ #เตียงนอน


ค้นหาโรงแรมที่น่าสนใจที่ ไต้หวัน ในเมือง Taichung เขต North District
ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก เที่ยวบิน กรุงเทพ ไป ไทเป (BKK – TPE)


แบกเป้เซอเซอ ตอน “ร้านกาแฟที่ต้องยืนกินกาแฟ” (รีวิวร้านกาแฟ COFFEE : STAND UP)

blogstory006-titleblogstory006-1blogstory006-2blogstory006-3blogstory006-4blogstory006-5blogstory006-6blogstory006-7blogstory006-8blogstory006-9blogstory006-10blogstory006-map

แบกเป้เซอเซอ ตอน “ร้านกาแฟที่ต้องยืนกินกาแฟ”

(รีวิวร้านกาแฟ COFFEE : STAND UP)

ธีมการเดินทางท่องเที่ยวไต้หวัน ของ แบกเป้เซอเซอ และน้องเฟิร์น ในช่วงเดือน สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา เราสองคน ก็ได้คิดกันว่า เราน่าจะไปเที่ยวชมชิมให้ดูมีสาระกว่าครั้งแรก ๆ ที่ท่องเที่ยวสะเปะสะปะ ไปโน้นไปนี่ คนละเส้นทาง สุดท้ายหมดเวลาไปกับการเดินทางมากกว่าที่จะได้ละเมียดกับความสุขจากการท่องเที่ยวที่ไต้หวัน

ธีมชิมกาแฟที่ร้านกาแฟ จึงเกิดขึ้นในทริปนั้น แต่ทว่าจะไปร้านกาแฟที่ไหนดี เยอะแยะไปหมด คงเดินดุ่ม ๆ สุ่มเลือกเข้าไปก็จะใช่ว่า จะเจอร้านที่ใช่ถูกใจเราสองคน เข้าไปกินกาแฟทุกร้านที่ผ่านเจอ ก็คงตาสว่างไม่ต้องนอนหลับพักผ่อนกันพอดี และแล้วเหมือนเป็นจังหวะของชีวิต ก็มีโอกาสได้รู้จัก คุณ Liz Shen แห่งร้านกาแฟ 93 Army Coffee ร้านกาแฟคนไต้หวันที่เปิดในไทย คุณ Liz ก็ได้ให้รายชื่อร้านกาแฟที่น่าสนใจในไทเปมาหลายร้านให้เราได้ไปเลือกชิมเลย ทริปการเดินทางธีมชิมกาแฟจึงเริ่มต้น…!

(กล้องตัดภาพมาที่ไทเป) และแล้วผมกับน้องเฟิร์นก็เดินออกจากสถานีรถไฟฟ้า Sun Yat-Sen Memorial Hall ทางออก 1 เดินไปตามเส้นทางโค้ง ๆ จนถึงแยกเล็ก ๆ ที่มีสวนสาธารณะ Yanji Park เราจึงเลี้ยวซ้ายเดินไปตามเส้นทางนั้น แล้วผมก็หยุดยืนดูแผนที่ในโทรศัพท์มือถือที่แสดงว่าถึงพิกัดร้านที่ต้องการหาแล้ว แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองที่ป้ายหน้าร้านก็เกิดคำถามขึ้นมาทันที มันใช่หรอ? หน้าร้านราวกับเป็นร้านอาหารจีนญี่ปุ่นอะไรทำนองนั้นมากกว่า ไม่น่าใช่ร้านกาแฟที่ต้องการไปชิมอย่างแน่นอน หรือว่าพิกัดในแผนที่จะผิด หรือว่าร้านปิดไปแล้ว โธ่..แบบนี้มันเสียเวลามามากเลย ผมเริ่มออกอาการผิดหวังและหงุดหงิดเป็นอย่างมาก แล้วก็ได้ยินเสียงน้องเฟิร์นตะโกนบอกว่า ใช่ร้านนี้หรือเปล่าคะ ร้านกาแฟ COFFEE : STAND UP อ้าว..ผมเดินเลยไม่เห็นได้ไงนี่ ฮะฮะฮา

แค่เห็นป้ายชื่อหน้าร้านด้านบนก็เท่แล้ว ผมกับน้องเฟิร์นก็เปิดประตูเดินเข้าไปในร้านกาแฟ COFFEE : STAND UP โดยทันที แล้วก็รู้สึกประทับใจในบรรยากาศร้านกาแฟแห่งนี้ ดูเป็นร้านเล็ก ๆ ขนาดย่อม ๆ โทนสีสว่าง อบอุ่น ๆ  (ไม่ทึบเหมือนร้านกาแฟอื่น ๆ ที่มักใช้โทนสีน้ำตาลเข้ม แสงมืดสลัว ๆ ชวนให้ผมรู้สึกง่วงนอน) แล้วผมก็มองเห็นผู้ชายคนหนึ่ง กำลังนั่งคัดเลือกเมล็ดกาแฟอย่างใจจดใจจ่อ ในใจผมก็คิดขึ้นมาทันที ร้านนี้เขาใส่ใจในการเลือกเมล็ดกาแฟขนาดนี้เลยรึ? กาแฟที่เราจะชิมต้องอร่อยแน่ ๆ เลย

ว่าแล้วก็รีบมองหาโต๊ะเก้าอี้ที่นั่งทันที แต่..ข้างในสุดมีคนนั่งไปแล้ว โอ้โน้ววววว… ทำไมไม่มีที่นั่งเหลือไว้ให้เราสองคน ผมก็เริ่มถอดใจกำลังจะชวนน้องเฟิร์นเดินออกจากร้านเนื่องจากไม่มีที่นั่ง ผิดหวังสุด ๆ แต่น้องเฟิร์มได้ชี้ไปยังที่เคาน์เตอร์บาร์ นี่ไง..! ที่สำหรับยืนกินกาแฟ ชื่อร้านก็บอกแล้วว่า STAND UP แปลว่า “ยืนขึ้น” ไม่ใช่หรือ เขาให้เรายืนกินกาแฟไง เออ…ใช่ ผมนี่กระจ่างในแนวคิด concept ที่มาของชื่อร้านในทันที และเมื่อมองไปที่ขอบของเคาน์เตอร์บาร์ ก็จะเห็นว่ามีตะขอเกี่ยวยื่นไว้สำหรับห้อยสิ่งของ ผมจึงมั่นใจขึ้นมาว่านั่นเป็นที่หมายที่เราจะต้องรีบเดินไปยึดเกาะไว้ก่อนที่จะมีใครเปิดประตูเข้ามาในร้านเพิ่มเติมอีก

หลังจากหยิบกระเป๋าเป้สะพายหลังห้อยกับตะขอเกี่ยวที่ขอบเคาน์เตอร์บาร์ ผมก็เห็นผู้หญิงใส่แว่นตัวเล็ก ๆ น่ารักคนหนึ่งยืนหลังเคาน์เตอร์บาร์หน้าเครื่องทำกาแฟ เหมือนว่าเธอกำลังรอให้เราสองคนสั่งเครื่องดื่มอะไรสักอย่าง แล้วเธอก็พร้อมที่จะลงมือทำให้โดยทันที ผมกับน้องเฟิร์นก็เลยเลือกสั่งเป็นแบบกาแฟดริป หรือศัพท์ทางเทคนิคที่เรียกว่า กาแฟแบบ Pour Over ที่นำกาแฟคั่วบดมาใส่ในกระดาษกรอง Filter แล้วเทน้ำร้อน และเราเลือกที่จะชิมกาแฟที่มาจาก Colombia (ผมไม่ใช่ผู้สันทัดกรณีในเรื่องกาแฟ แต่เห็นที่เมนูบรรทัดบนสุดเขียนว่า Colombia เลยคิดว่า ถ้าเป็นเมนูอร่อยสุดของร้าน หรือเป็นเมนูจุดขายของร้าน ย่อมที่จะต้องเขียนขึ้นบรรทัดแรกแน่เลย – คหสต.)

บาริสต้า (barista) หญิงสาวใส่แว่นผู้นี้ ค่อย ๆ หยิบอุปกรณ์สำหรับการชงกาแฟดริปมาวางบนเคาน์เตอร์บาร์ แล้วบรรจงชงกาแฟดริปด้วยมือ (ไม่ใช่ชงกาแฟแบบผ่านเครื่องที่เราคุ้นเคยกัน) สายตาเธอดูนิ่งและจดจ่อในการรินน้ำร้อนหมุนวนลงบนกาแฟคั่วบดอย่างช้า ๆ น้ำกาแฟสีเข้มค่อย ๆ ซึมผ่านกระดาษกรองไหลลงสู่เหยือกแก้วใส ผมสัมผัสถึงอารมณ์ Slow life ขึ้นมาทันที เมื่อกาแฟซึมไหลลงเหยือกแก้วใสจนหมดแล้ว เธอก็รินกาแฟใส่แก้วเล็ก ๆ แล้วหยิบขึ้นชิมกาแฟ อ้าว..ผมนึกว่าจะรินกาแฟให้ผมเสียอีก หลังจากบาริสต้าสาวผู้นี้ได้ชิมกาแฟแล้ว แสดงสีหน้าว่ากาแฟมันโอเคใช้ได้ เธอจึงหยิบแก้วใบใหม่ขึ้นมา รินกาแฟจากเหยือกใส่แก้วใส ๆ แล้วส่งกาแฟแก้วนั้นให้เรา สีของกาแฟในแก้วสีเข้มใสราวกับไวน์แดงที่ต้องแสงเทียน ผมกับน้องเฟิร์นค่อย ๆ จิบกาแฟสลับกับสูดกลิ่นไอหอมของกาแฟจากแก้วนั้นอย่างช้า ๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศของการ “ยืนกินกาแฟในร้านกาแฟ” ที่ไต้หวัน

รายละเอียดเพิ่มเติมของร้านกาแฟ COFFEE : STAND UP ได้ที่ https://www.facebook.com/coffeestandup พิกัดแผนที่ https://goo.gl/maps/6489xnYWyhm

แบกเป้เซอเซอ ขอขอบคุณ โรงแรม MUIU Capsule Inn และ โรงแรม Mr Lobster Secret Den Hostel ที่เอื้อเฟื้อที่พักในไทเป และโรงแรม Box Design Hotel ที่เอื้อเฟื้อที่พักในไถจง ช่วงทริป ส.ค. 2559

พิเศษรับส่วนลดฟรี 10% คืนแรก สำหรับโรงแรมดังกล่าว
เมื่อจองที่พักผ่าน Line : @taiwanlobster (ใส่ “@” ด้วย)
เพียงแจ้งรหัสส่วนลด “Backpack Sir Sir” นี้ด้วย
หมายเหตุ
– โปรโมชั่นนี้เฉพาะจองผ่านทาง Line เท่านั้น 
– โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

และขอบคุณข้อมูลร้านกาแฟจาก คุณ Liz Shen แห่งร้านกาแฟ 93 Army Coffee

พบกับการ์ตูน แบกเป้เซอเซอตอนต่อไปได้ที่ www.facebook.com/BackpackSirSir นะครับ

p1180064-postp1170550postp1180061-postp1170923postimg_0192-postp1180065-postp1170566-postp1170561postp1170557postp1170597postp1170599post

#‎travel‬ ‪#‎taiwan‬ ‪#‎taipei‬ ‪#coffee #coffeeshop #coffeedrip #pourover #barista #standup #drink #‎ท่องเที่ยว‬ ‪#‎ไต้หวัน‬ ‪#‎ไทเป‬ #กาแฟดริป #กาแฟ #ร้านกาแฟ #เครื่องดื่ม #กาแฟคั่วบด #กาแฟสด #บาริสต้า


ค้นหาโรงแรมที่น่าสนใจที่ ไต้หวัน ในเมือง ไทเป เขต ต้าอัน (Daan district)
ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก เที่ยวบิน กรุงเทพ ไป ไทเป (BKK – TPE)


แบกเป้เซอเซอ ตอน “เตียงสองชั้นกับจินตนาการ” (รีวิวโรงแรม MUIU Capsule inn)

blogstory005-titleblogstory005-1blogstory005-2blogstory005-3blogstory005-4blogstory005-5blogstory005-6blogstory005-7blogstory005-8blogstory005-9blogstory005-10blogstory005-map

แบกเป้เซอเซอ ตอน “เตียงสองชั้นกับจินตนาการ”

(รีวิวโรงแรม MUIU Capsule inn)

เมื่อช่วง สิงหาคม 2559 แบกเป้เซอเซอ และน้องเฟิร์น ก็มีโอกาสได้ไปพักโรงแรมแห่งหนึ่งในไทเป ที่ไต้หวัน ก็คือ โรงแรม MUIU Capsule Inn ซึ่งอยู่ใกล้กับ Taipei Railway Station และ MRT Taipei main station แล้วก็ใกล้ ๆ กับ Taipei West Bus Station Terminal A อีกด้วย ทำให้เดินทางสะดวกสบาย เมื่อแบกเป้เซอเซอ ลงจากรถบัส ก็ลากกระเป๋าไปตามถนนเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาแค่นี่เองก็ถึง แต่ถ้าจะเดินตามทางใต้ติน ให้ไปที่โซน Station Front Metro Mall แล้วก็เดินออกที่ทางออก Z10 จากนั้นเดินต่ออีกนิด เลี้ยวขวาก็ถึงแล้ว ตึกโรงแรมจะอยู่ติดกับ FamilyMart (อย่าเดินเลยล่ะ) ส่วนฝั่งตรงข้ามเป็น First Commercial Bank แบบนี้สังเกตไม่ยากเลย

ผมกับน้องเฟิร์นกดลิฟท์ไปที่ชั้น 12 เพื่อเช็คอิน พอออกจากลิฟท์ก็พบกับบรรยากาศโรงแรม MUIU Capsule Inn ที่โทนสีออกสว่างตา กับการตกแต่งที่เรียบง่าย ระหว่างพื้นปูนกับผนังไม้สีอ่อน ซึ่งเข้ากันอย่างกลมกลืน หลังจากเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินลงอีกชั้นเพื่อหาห้องพักของเรา แต่ก็ต้องแปลกใจว่าทำไมผู้คนมาทำอะไรที่ชั้นนี้เยอะแยะ หรือว่าเราสองคนลงมาผิดชั้นหรือเปล่า เลยเดินถอยหลังมาดูที่ป้ายหน้าลิฟท์ เอ๊ะ..! นี่ก็ใช่โรงแรมที่เราจะพัก แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเริ่มรู้ตัวว่ากำลังจะหลงทาง จึงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ให้ทั่วอย่างรวดเร็ว ก็เห็นโปสเตอร์แผ่นหนึ่งติดอยู่ที่ประตู อ๋อ..ที่แท้โรงแรมกำลังมีงานแสดงผลงานศิลปะอยู่นี่เอง โอ้..นี่คือ “โรงแรม” หรือ “หอศิลป์” อะไรกันแน่ ? แต่ด้วยความรักในศิลปะที่มีอยู่ในหัวใจของเราสองคน จึงเป็นโอกาสที่เราสองคนได้เดินชมผลงานศิลปะสวย ๆ ที่แขวนติดตลอดทางเดินของโรงแรม ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผสมผสานกับแกลเลอรี่หอศิลป์ได้อย่างลงตัว

เราเดินมาถึงห้องที่จะพัก ก็แตะบัตร ติ๊ด..!! ประตูเปิดออก.. แอ่น แอน แอ้น!!!  ผมถึงกับนิ่งอึ้งไปแวบนึง กับภาพตรงหน้า นี่มันความฝันวัยเด็กใช่ไหม เคยฝันว่า อยากมีเตียงสองชั้นในบ้าน เตียงสองชั้นที่ไว้เล่นแทนบ้านต้นไม้แบบในหนังเทพนิยายฝรั่ง เตียงสองชั้นที่ไว้จินตนาการแทนยานบินที่จะพาความฝันไปที่ไหนก็ได้ ใช่แล้ว เบื้องหน้าผมในห้องพัก ก็คือ เตียงสองชั้น เตียงบนสำหรับนอน 1 คน และเตียงล่างสำหรับนอน 1 คน

ระหว่างที่ผมกำลังมีความสุขในการปีนขึ้นปีนลงในยานแคปซูลอวกาศ (สมองกลับมาเป็นวัยเด็กอีกครั้ง) เลือกไม่ถูกว่า คืนนี้จะนอนเตียงบนหรือเตียงล่างดี ในห้องขนาด compact กะทัดรัดที่เรียงต่อกันเป็นเสมือนยานแคปซูลอวกาศหลาย ๆ ลำที่จอดไว้ในยาน Spacecraft ลำใหญ่ จินตนาการความฝันในวัยเด็กกำลังฟุ้งกระจายเหมือนหยดสีที่หยดลงในแก้วน้ำใส ๆ แต่แล้วก็มีเสียงแทรกดังขึ้นมา “หยุดเล่นได้แล้ว เราต้องไปหาที่ซักผ้ากัน” น้องเฟิร์นดึงผมกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ใช่แล้ว งานบ้านที่เราต้องทำ คือ แบกผ้ากองยักษ์..ไปซักที่ไทเป เพื่อประหยัดน้ำหนักกระเป๋า (บิน Low cost) และลดภาระในการหิ้ว ลาก ถือ กระเป๋าเดินทางให้เบาลง คล่องตัวขึ้น เราต้องซักผ้าที่ชุ่มเหงื่อเหม็น ๆ เพื่อให้มีเสื้อผ้าสะอาดใส่ครบทุกวันตลอดทริปในไต้หวัน และใบหน้าในตอนนั้นของน้องเฟิร์นที่รู้สึกกังวลว่าจะต้องแบกผ้าไปซักที่ Ximending หรือเปล่า ถ้าหาร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญแถว Taipei main ststion ไม่ได้ มันจะเสียเวลาเดินเที่ยวไทเปหลายชั่วโมงเลย แต่ด้วยที่ผมรู้ข้อมูลอะไรมากกว่า จึงตอบอย่างใจเย็นว่า.. ไม่ต้องรีบออกไปตระเวนหาร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญหรอก เพราะ โรงแรมนี้มีเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญให้บริการด้วย

น้องเฟิร์นรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ผมพาเดินขึ้นไปดูเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญของโรงแรม นี่เป็นอะไรที่พิเศษสำหรับเราสองคนมาก ๆ แถมผมยังรู้สึกว่า โอ้โห..โรงแรมนี้ได้จัดหาเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญมาไว้ให้บริการโดยเฉพาะเราสองคนเลยหรือเปล่า? ปกตินักท่องเที่ยวคนอื่นจะเสียเวลามาซักผ้ากันไหมหน๋อ? ถ้าซักก็คงจ้างร้านเค้าซักให้ ดูเหมือนโรงแรมจะรู้ว่าเราสองคนต้อง แบกผ้ากองยักษ์..ไปซักที่ไทเป Wow.. นี่มัน exclusive สุด ๆ เลย (นั่น..! คิดเข้าข้างตนเองอีกแล้ว)

แต่มาลองคิดอีกที ผมคิดว่า ทางโรงแรมเค้าใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผู้ที่จะเข้าพัก เช่น การซักผ้า เป็นต้น และโรงแรมมีความละเอียดอ่อนในเรื่องความงามทางศิลปะ การจัดวาง ดีไซน์ สังเกตจากรูปแบบโรงแรมที่ fusion ระหว่าง Boutique hotel กับ Art gallery ได้อย่างกลมกลืน (ผมไม่ใช่ผู้สันทัดกรณีด้านนี้ เลยไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรมานิยาม)  ซึ่งในความรู้สึกส่วนตัวของผม แบกเป้เซอเซอ และน้องเฟิร์น เราสองคนพอใจโรงแรม MUIU Capsule Inn นี้เป็นอย่างมากเลยครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมของโรงแรม MUIU Capsule Inn ได้ที่เว็บไซต์ http://www.taipeimuiuinn.com หรือเพจ https://www.facebook.com/MuiuinnTaipei/ และพิกัดแผนที่ https://goo.gl/maps/J9f1ED1Vj3A2

แบกเป้เซอเซอ ขอขอบคุณ โรงแรม MUIU Capsule Inn ที่เอื้อเฟื้อที่พักในไทเปช่วงทริป ส.ค. 2559

พิเศษรับส่วนลดฟรี 10% คืนแรก สำหรับโรงแรมดังกล่าว 
เมื่อจองที่พักผ่าน Line : @taiwanlobster (ใส่ “@” ด้วย)
เพียงแจ้งรหัสส่วนลด “Backpack Sir Sir” นี้ด้วย
หมายเหตุ
– โปรโมชั่นนี้เฉพาะจองผ่านทาง Line เท่านั้น 
– โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

พบกับการ์ตูน แบกเป้เซอเซอตอนต่อไปได้ที่ www.facebook.com/BackpackSirSir นะครับ

 

p1170967postp1140371postp1140477postp1140482postp1170966postp1140463-editpostp1140459postp1140460postp1140406postp1140408postp1170968postp1140429postp1140432postp1140440postp1140405postp1140401postp1140435postp1140358post

#‎travel‬ ‪#‎taiwan‬ ‪#‎taipei‬ ‪#laundry #hotel #hostel #MUIU #capsule #inn #mainstation #art #gallery #‎ท่องเที่ยว‬ ‪#‎ไต้หวัน‬ ‪#‎ไทเป‬ #ซักผ้า #โรงแรม #หอศิลป์ #ที่พัก #แกลเลอรี่ #ศิลปะ #เตียงสองชั้น


ค้นหาโรงแรมที่น่าสนใจที่ ไต้หวัน ในเมือง ไทเป เขต Taipei main station
ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก เที่ยวบิน กรุงเทพ ไป ไทเป (BKK – TPE)


 

 

แบกเป้เซอเซอ ตอน “แบกผ้ากองยักษ์..ไปซักที่ไทเป”

BlogStory004-title

BlogStory004-1BlogStory004-2BlogStory004-3BlogStory004-4BlogStory004-5BlogStory004-6BlogStory004-7BlogStory004-8BlogStory004-9BlogStory004-map

แบกเป้เซอเซอ ตอน “แบกผ้ากองยักษ์..ไปซักที่ไทเป”

เริ่มจากช่วงที่ แบกเป้เซอเซอ ได้มีโอกาสไปเที่ยวไต้หวันเป็นครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นมาก และก็ได้จัดกระเป๋าเอาเสื้อผ้าไปใส่เพื่อถ่ายรูปกับแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในทริปแรกของชีวิตในไต้หวัน แบบว่าเอาเสื้อผ้าไปครบชุดและไม่ซ้ำวัน กะว่าจะถ่ายรูปออกมาดูเหมือนมาเที่ยวหลายวันไม่ซ้ำสถานที่ แต่แล้วสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดไว้ก็คือ.. เจอฝนตกในบางวัน และแล้วเสื้อผ้าที่ใส่เที่ยวก็เปียกฝนนะสิ พอเสื้อผ้าแห้งคาตัวก็ย่อมเกิดกลิ่นเหม็นและรู้สึกไม่สบายตัว จึงต้องเปลี่ยนเสื้อชุดใหม่ สุดท้ายเสื้อผ้าไม่พอใส่ในช่วงวันท้าย ๆ ของทริป

ทางออกคือ ต้องซักผ้า แต่จะไปใช้บริการซักผ้าแบบที่นับเป็นชิ้น ก็คงใช้เงินหลายตังค์ ดังนั้นต้องหาร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญ (Coin laundry shop / Self-service laundry shop) ก็เลยได้สอบถามเจ้าหน้าที่โรงแรมแล้วก็ได้แนะนำร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญมา นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นการการจัดกระเป๋าของทริปเที่ยวไต้หวันครั้งต่อ ๆ มาของผม คือ เอาเสื้อผ้าไปพอใส่ครึ่งทริปแล้วซัก 1 ครั้ง ไม่สนใจแล้วว่าจะต้องมีเสื้อผ้าใส่ถ่ายรูปไม่ซ้ำชุดซ้ำวัน

พอมีโอกาสไปเที่ยวไต้หวันบ่อยขึ้น แถมบางทริปเจอฝนตกตลอดทั้งทริป แบบว่าทั้งสัปดาห์ เจอฝนแบบ heavy rain ไม่ใช่แบบ shower rain เสื้อผ้าเปียกทั้งตัวเลย กลับมาที่พักก็เปลี่ยนใหม่ และแล้วก็ไม่พอใส่ กลายเป็นว่าต้องแบกกระเป๋าไปซักผ้าที่ร้าน 2-3 ครั้งตลอดทริปเลย

การแบกเสื้อผ้าไปซักผ้าที่ร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญนั้น ข้อดีคือ เราจะประหยัดน้ำหนักกระเป๋าเวลาหิ้วขึ้นเครื่องหรือโหลดใต้ท้องเครื่องบิน แถมไม่ต้องแบกกระเป๋าใบโตลากจนข้อมือเจ็บปวดไหล่ปวดหลัง แต่ต้องยอมแลกกับการเสียเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งช่วงกลางคืน แต่เราก็สามารถเดินเที่ยวเล่นระแวกนั้นได้ พอถึงเวลาก็กลับไปที่ร้านอีกครั้ง ระยะเวลาโดยประมาณของการซักผ้า คือ 30 นาทีแรก ซักที่ความร้อนสูงปันเร็วสุด ระหว่างนั้นก็ไปเดินเที่ยวชิล ๆ แถวนั้น แล้วก็กลับไปขนเสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้วย้ายไปใส่ในตู้อบผ้า ก็ควรอบทีเดียวที่ความร้อนสูงสุดไปเลย ประมาณ 45 นาที ผ้าจะได้แห้งสนิท ไม่ควรอบที่ละไม่กี่นาที เพราะเวลาเปิดเครื่องมาเช็คว่าผ้าแห้งหรือยัง จะสูญเสียความร้อน ทำให้ต้องเริ่มต้นอบผ้าหลายรอบ จะเสียเวลาและตังค์ที่ต้องหยอดใหม่ที่คิดเป็นนาที

มีครั้งหนึ่งที่ตัดสินใจแบกผ้าไปซักในช่วงต้น ๆ ของทริปท่องเที่ยวไต้หวันเลย เพราะดันเจอเสื้อผ้าลดราคา 50 % ก็เลยซื้อเพิ่มมาอีก 2-3 ชุด จึงตัดสินใจนำเสื้อผ้าชุดใหม่ไปซัก รุ่งเช้าจะได้มีชุดใหม่ใส่ แต่เรื่องขำ ๆ ก็เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่โรงแรมเห็นผมแบกกระเป๋า ก็นึกว่าเราจะ check out ออก เขาคงแปลกใจว่าไหนจะพักหลายคืน จ่ายเงินแล้ว ทำไมจู่ ๆ จะ check out ออก ฮาฮา ผมขำในใจ

พอไปถึงร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญก็มีโอกาสไปรู้จักผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง เป็นคนสิงคโปร์ เขายืนรอเครื่องที่กำลังซักผ้าอยู่ เราได้ลองเข้าไปถามและขอคำแนะนำถึงวิธีใช้งานเครื่องยอดเหรียญแบบใหม่ ซึ่งไม่คุ้นกับเครื่องที่เคยใช้ในร้านก่อนหน้า เขาเป็นมิตรกับเรามาก  คนสิงคโปร์คนนี้ได้อธิบายขั้นตอนการใช้อย่างละเอียด ทำให้พวกเราประทับใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็แปลกใจที่เห็นพวกเราแบกผ้าไปซัก เพราะเขาบอกว่าไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวจะแบกผ้ามาซักกันบ่อยนัก คุยไปคุยมาก็รู้ว่า เขาบินมาเที่ยวไต้หวันทุกปีเลย

รายละเอียดเพิ่มเติมของร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญ (Coin laundry shop / Self-service laundry shop) ที่ แบกเป้เซอเซอ ได้มีโอกาสไปซักผ้ามาแล้วทั้ง 3 ร้าน ในย่าน Ximending ไทเป มีดังนี้

  • ร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญ (Coin laundry shop) บนถนน Xining South Road พิกัดแผนที่ https://goo.gl/maps/XBnQeU2pvw52
  • ร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญ (Coin laundry shop) บนถนน Kunming St พิกัดแผนที่ https://goo.gl/maps/tZSkZav7owS2
  • ร้านซักผ้าแบบหยอดเหรียญ (Coin laundry shop) บนถนน Neijiang St พิกัดแผนที่ https://goo.gl/maps/31pbZNYvpM62

พบกับการ์ตูน แบกเป้เซอเซอตอนต่อไปได้ที่ www.facebook.com/BackpackSirSir นะครับ

P1170919postIMG_8384postIMG_5887postIMG_7825postIMG_7826post

#‎travel‬ ‪#‎taiwan‬ ‪#‎taipei‬ ‪#coin #laundry #shop #self #service #ximending #wash #washing #machine #‎ท่องเที่ยว‬ ‪#‎ไต้หวัน‬ ‪#‎ไทเป‬ #ซักผ้า #หยอดเหรียญ #เครื่องซักผ้า #ร้าน #ซีเหมินติง


ค้นหาโรงแรมที่น่าสนใจที่ ไต้หวัน ในเมือง ไทเป เขต ซีเหมินติง (Ximending district)
ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก เที่ยวบิน กรุงเทพ ไป ไทเป (BKK – TPE)